วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วัดมหาบุศย์ วัดแม่นาคพระโขนง

    โฟโต้ออนทัวร์คราวนี้อาจมาแปลกกว่าทุกครั้ง จะพาไปเที่ยววัดที่หลายคนได้ยินแล้วอาจขนหัวลุก นั้นก็คือ วัดแม่นาคพระโขนง หรือวัดมหาบุศย์ ซึ่งไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปร่วมงานสวดอภิธรรมหรืองานศพของบิดาเพื่อนพนักงาน ในค่ำคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549
วัดมหาบุศย์ผมไม่เคยได้ยินและ ไม่รู้จักมาก่อน แต่เมื่อมาถึงวัดแล้วก็ถึงบางอ้อว่านี่หรือ เป็นวัดที่มีประวัติของแม่นาคพระโขนงอันลือลั่นไปทั่วไทย วัดนี้อยู่แถวๆอ่อนนุชเขตพระโขนงนี้เอง แถมมีรถไฟฟ้ามาถึงด้วย (เข้าใจว่าน่าจะเป็นสถานีปลายทาง)
จากปากซอยอ่อนนุช7 มาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้ายมาอีกหน่อยก็ถึงวัดแล้ว ไม่ได้อยู่ลึกลับซับซ้อนหรืออยู่ในที่มีบรรยากาศน่ากลัวเหมือนที่คิด และไม่ห่างจากลานจอดรถก็เห็นเงามืดของตึกกำลังก่อสร้างหลังใหญ่สูงราว 20 ชั้น โผล่พ้นยอดไม้ริมกำแพงวัด ซึ่งอนาคตคงหนีไม่พ้นที่จะถูกล้อมด้วยตึกสูงๆ เหมือนกับวัดในใจกลางกรุงเทพ
นี่ คือวัดมหาบุศย์ที่ตามเนื้อเรื่องแม่นาคพระโขนงบอกว่าเป็นท้องทุ่งที่ไม่ค่อย มีบ้านคนมากนัก และแทบไม่น่าเชื่อว่าจากจุดเริ่มต้น ณ แห่งนี้ ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่ยุคภาพยนต์ขาว - ดำ มาจนถึงยุคปัจจุบันที่ประชาชนหลายฝ่ายเรียกร้องให้
ผู้นำประเทศลาออกอันเนื่องมาจากขาดจริยธรรมและขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
พี่มาก ขาๆๆๆ.....คำ พูดที่แม่นาคเรียกผัวของตนเองอย่างโหยหวน พูดช้าๆลากเสียงยาวๆ และยังมีเสียงหมาหอนอีกด้วย ใครได้ยินแล้วก็อาจขนลุก หรือใครดูภาพยนต์เรื่องนี้จากทีวีก็คงต้องหาคนอื่นมานั่งดูเป็นเพื่อนด้วย (จะได้ตื่นกลัวเหมือนๆกัน)
เรื่องแล้วเรื่องเล่าที่นำ มาสร้างจนเกือบจะพูดได้ว่าเป็นหนังผีที่อยู่คู่สังคมไทย หรือเป็นหนังผีประจำชาติว่างั้นเถอะ และหากมีการโหวตให้คะแนนความน่ากลัวกันแล้ว เรื่องแม่นาคพระโขนงก็คงจะกินขาดอย่างไม่ต้องสงสัย หนังผีปอบ ผีหัวขาด หรือผีสามบาท ผีสามสลึงอะไรนั้นนะ ยังไงก็ไม่น่ากลัวเท่าแม่นาคเป็นแน่ ยิ่งเป็นตอนที่พ่อมากทำช้อนตกลงใต้ถุนเรือนและแม่นาคก็เอื้อมมือยาวๆลงไป เก็บด้วยความรวดเร็ว ถือเป็นฉากที่ทุกคนคงจะจำกันได้
มี บางคนบอกว่าเรื่องแม่นาคคลายความขลังความน่ากลัวลงไปเยอะ ตั้งแต่ผู้สร้างได้เอาดาวโป้ ดาวยั่ว มาเล่นเป็นบทนางนาค นักวิเคราะห์เรื่องผีๆจึงฝันธงลงไปว่า เป็นไปได้ที่ผู้ชมคิดว่าเป็นหนังเรตอาร์ อารมณ์ของความกลัวจึงไม่เกิดขึ้น มีแต่จะปะทุเป็นอารมณ์อย่างอื่น และจะคอยจ้องดูแต่ฉากยั่วยวนของนางนาคมากกว่า

ผมไม่ได้ดูในตอนนั้นจึงมิบังอาจออกความเห็นได้ เคยดูแต่เรื่องประเภทผีน้ำมันพราย ที่เค้าโครงเรื่องเป็นหนังผีแต่ผู้สร้างคงหวังดี ไม่อยากให้เกิดความน่ากลัว จึงแทรกบทยั่วกิเลสยั่วอารมณ์กันทั้งเรื่อง เพื่อสื่อให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของน้ำมันพรายว่ามันได้ผลและร้ายกาจขนาดไหน หนังผีแบบไทยๆก็เป็นเช่นนี้แหละ เรื่องไหนเรื่องนั้น ไม่มีบทยั่วก็มีบทขำกลิ้ง ที่เรียกเสียงฮากันทั้งโรง หนังผีจึงกลายเป็นหนังตลกไป และไม่น่ากลัวเหมือนที่คิด
วัดมหาบุศย์เป็นวัดเก่าแก่อยู่ในเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร สร้างใน พ.ศ. 2305 หรือสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ถึง ปัจจุบันก็มีอายุสองร้อยกว่าปีแล้ว ในเรื่องแม่นาคพระโขนงก็ได้มีการกล่าวถึงวัดนี้ตอนที่พ่อมากหนีนางนาคออกมา จากบ้าน และได้มาอาศัยวัดนี้หลบซ่อน หลังรู้ว่าภรรยาของตนเป็นผีตายทั้งกลม นางนาคได้ออกตามหาผัวอันเป็นสุดที่รัก แต่ไม่สามารถเข้ามาในวัดได้ จึงต้องมาหลอกหลอนผู้สัญจรผ่านไปมาด้วยความโกรธแค้น
ตำนานแม่นาคจะมีจริง หรือเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่เรื่องราวแม่นาคพระโขนงมีมานานนับร้อยๆปีแล้ว ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆทุกวันนี้ศาลแม่นาคที่อยู่หลังวัดกลายเป็นแหล่งที่พึ่งทางใจ และเป็นสถานที่แสวงโชคของผู้อยากรวยทางลัดไปแล้ว
คน ที่เคยมาวัดนี้เล่าให้ฟังว่าในคืนก่อนวันหวยออก บริเวณศาลอันเป็นที่สิงสถิตของแม่นาค จะมีประชาชนเป็นจำนวนมากพากันมากราบไหว้พร้อมกับขูดหาเลขที่ต้นตะเตียนข้าง ศาล ซึ่งเป็นต้นเก่าต้นแก่ที่แห้งตายจนเหลือแต่ตอ ตะเคียนต้นนี้ถูกทาด้วยน้ำมัน ถูกลนด้วยเทียนไข และถูกถูไม่รู้กี่ร้อยกี่พันนิ้วมือ จนลำต้นเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำมีรูปร่างแปลกๆ
การบูชาแม่นาค (ซึ่งบางแห่งก็เขียนป้าย "ย่านาค" ) มีหลายรูปแบบ เช่นอาจซื้อผ้าเจ็ดสีเจ็ดศอกมาพันรอบต้นไม้ บางคนก็ซื้อของไหว้เช่นชุดไทย สำหรับแม่นาค หรือชุดเด็กและของเล่นเด็กสำหรับลูกแม่นาค(ที่ตายทั้งกลม) หรือบางคนก็เอารูปวาดที่จินตนาการว่าเป็นแม่นาคมามอบให้ ซึ่งรูปแบบการบูชาแม่นาคนี้ ก็อาจแตกต่างไปจากที่อื่นๆ และที่แปลกก็คือมีคนซื้อโทรทัศน์จอใหญ่มาเปิดให้แม่นาคได้ดูด้วย เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นไปแล้ว
ความเชื่อ ความชอบ ในสิ่งเหล่านี้หลายคนอาจเห็นเป็นเรื่องแปลก บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ เป็นเรื่องของคนสิ้นหวังขาดที่พึ่งแต่เรื่องนี้คงไปว่าใครไม่ได้ ทุกคนมีเหตุผล มีความเชื่อเป็นการส่วนตัว และเป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน
โฟโต้ออนทัวร์นำภาพมาลงเวปไซต์ในเมนู City tour เพื่อให้เห็นความแปลกที่เกิดขึ้นในรอบๆสังคมที่เราอยู่ ใครจะเชื่อ และอยากเดินทางไปถูต้นตะเคียนด้วยมือตนเองเพื่อหาเลขเด็ดก็ตามใจ ใครอยากไปเที่ยวหรือไปถ่ายภาพก็ตามสะดวก และอย่าลืมนะครับถ้าจะมาแสวงโชคกันแล้วผู้สันทัดกรณีที่ไม่ประสงค์จะออกนาม แนะนำว่าควรจะมาตอนกลางคืน ยิ่งดึก ก็อาจเห็นตัวเลขชัดขึ้น
เรื่องจริงนะครับ...ไม่ได้โม้ (เหมือนสมรักษ์) แน่นอน 

เรื่องจาก http://www.photoontour.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น